Press Releases | GM In The News | GM Media Clips
Press release
2010
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January

2009
  December
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January

2008
  December
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January

2007
  December
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January

เชฟโรเลต ผนึกกำลังบริษัทชั้นนำระดับโลก เปิดตัวกิจกรรมรณรงค์เพื่อความปลอดภัยทางถนน หรือ Global Road Safety เฟสสอง

Date: 14-12-09


เจนีวา - เชฟโรเลต ผนึกกำลังบริษัทด้านพลังงานและยานยนต์ระดับโลก ร่วมปฏิณญาว่าด้วยความร่วมมือสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่อง 5 ปีสำหรับการดำเนินกิจกรรมเฟสสองของโครงการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยทางถนน อันเป็นการรวมตัวของภาครัฐและเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกในการปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนน และการคมนาคมของประเทศกำลังพัฒนาที่มีระดับรายได้ต่ำถึงปานกลาง อันจะนำไปสู่ความมั่งคั่งยั่งยืน

โครงการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน (Global Road Safety Initiative – GRSI) นี้จะได้รับการบริหารจัดการโดยกลุ่มพันธมิตรเพื่อความปลอดภัยทางถนนสากล หรือ Global Road Safety Partnership (GRSP) อันเป็นองค์กรซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยไม่หวังผลกำไรภายใต้สหพันธ์สภากาชาด และสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of the Red Cross and Red Crescent Societies) โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

คณะผู้แทนจากเชฟโรแลต มิชลิน เรโนลต์ และเชลล์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือครั้งนี้ ณ การประชุมรัฐมนตรีโลกว่าด้วยหัวข้อความปลอดภัยทางถนนครั้งแรก (The First Global Ministerial Meeting on Road Safety)
ณ กรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ โดยมีบริษัทชื่อดังระดับโลกอื่นๆ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

“การคมนาคมคือกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่ง มันคือกุญแจในการนำไปสู่ความเติบโตและความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจสำหรับประชาชนกว่าพันล้านคน” มร. แพทริค เลเพอร์ค รองประธานฝ่ายกิจการสาธารณะของ
มิชลิน สมาชิกโครงการและกรรมการกลุ่มพันธมิตร GRSP กล่าว “อย่างไรก็ตาม เรายังได้ตระหนักว่าการขับเคลื่อนต่างๆ ในการคมนาคมนั้นได้สร้างวิกฤตการณ์ระดับโลกอันนำมาสู่ความสูญเสียกว่า 1.2 ล้านชีวิตและก่อให้เกิดผู้บาดเจ็บกว่า 50 ล้านคนในแต่ละปี โดยปัญหานี้ก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่ารวมมากกว่า 6 หมื่น 5 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีในประเทศรายได้ต่ำถึงปานกลางซึ่งมีความเติบโตของการคมนาคมที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภาคธุรกิจควรที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยรณรงค์พัฒนาปรับปรุงวิกฤตที่เกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง”

ในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางซึ่งจะมีอัตราการใช้จ่าย 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีหรือผลผลิตมวลรวมภายในประเทศไปกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งก่อให้เกิดความล่าช้าในการพัฒนาศักยภาพของชุมชน เป็นอุปสรรคต่อการหารายได้สู่ครอบครัว เป็นภาระต่อระบบสุขภาพและขัดขวางต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ

ในฐานะบริษัทระดับโลก สมาชิกของโครงการ GRSI ได้เล็งเห็นถึงผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนนที่มีต่อพนักงาน ชุมชนต่างๆ และลูกค้าของบริษัท การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมทางถนนจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดในการสร้างความมั่นคงให้กับปัจจัยการดำเนินธุรกิจ

โครงการนี้ได้รับการริเริ่มขึ้นในปี 2004 โดยกลุ่มบริษัทชั้นนำระดับโลก และได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 5 ปี โดยมีผลงานอันเป็นประโยชน์มากมายดังต่อไปนี้:

• อัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ได้ลดลงเป็นจำนวนมากในเมืองต่างๆ ของประเทศบราซิลหลังจากที่ได้มีการนำโปรแกรม Proactive Partnership Strategy ของ GRSP เข้ามาใช้ โดยเป็นการนำระบบการบูรณาการความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ของรัฐบาล (คมนาคม สุขภาพ และการศึกษา) เข้ากับภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจในการสร้างความพยายามร่วมกันเพื่อความปลอดภัยทางถนน
• ลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงกว่า 1,577 คนในประเทศเวียดนามในปี 2008 จากปี 2007 หลังจากได้มี
• การประกาศกฎหมายใหม่ในการใช้หมวกนิรภัยในขณะขับขี่ ภายใต้การสนับสนุนจาก GRSI และพันธมิตรอื่นๆ
• มีอัตราการใช้หมวกนิรภัยในประเทศกัมพูชา ไทย และเวียดนาม เพิ่มขึ้นอันเป็นผลมาจากการบังคับใช้ทางกฎหมายและการให้ความรู้ความเข้าใจอย่างทั่วถึง
• อัตราการเมาขณะขับรถลดลงประมาณ 63 เปอร์เซ็นต์ ใน 2 เมืองของประเทศจีน หลังจากที่ได้มีการจัดแคมเปญรณรงค์ต่างๆ ไปยังประชาชน
• โครงการด้านการปรับปรุงสี่แยกต่างๆ และการปกป้องผู้ใช้ถนนที่มีความเสี่ยงสูง (คนเดินเท้า ผู้ขับขี่จักรยานและรถจักรยานยนต์) ในนครปักกิ่งได้ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการจราจรที่ลดลง ช่วยลดความเร็วในการขับขี่ และปรับปรุงพฤติกรรมในการใช้ถนนที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ทางโครงการยังได้มีการสนับสนุนการพัฒนาและการใช้หลักปฏิบัติอันดีที่ยอมรับในระดับสากล (จากคู่มือการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางถนนในการใช้เข็มขัดนิรมัย หมวกนิรภัย การบริหารความเร็วในการขับขี่ และการขับขี่ในขณะมึนเมา โดยกลุ่มความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนนแห่งสหประชาชาติ) โดยทาง GRSI ได้ให้การสนับสนุนโครงการนำร่องอันมีวิธีการปฏิบัติที่สามารถพิสูจน์ได้จริงว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ โครงการทั้งหมดของ GRSI ประกอบไปด้วยสาระสำคัญอันเป็นองค์ประกอบของการศึกษาขั้นต้นและการเปรียบเทียบผลกระทบก่อน-หลัง

“ผลงานโดยตรงที่สำคัญ”

ในปี 2008 ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนอันทรงคุณวุฒิอิสระ 2 ท่าน (ริชาร์ด สเคอร์ฟิลด์ และเคท แม็คมาน) รายงานว่า โครงการของ GRSI ได้มีบทบาทที่สำคัญในการเผยแพร่ความรู้ในการปฏิบัติอันดีเพื่อความปลอดภัยทางถนนในประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ:

ผู้เชี่ยวชาญได้รายงานว่า “โครงการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยทางถนนได้ยังผลโดยตรงที่มีความสำคัญต่อการประยุกต์ใช้กฎข้อบังคับในรายงานการป้องกันการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนแห่งโลก (The World Report for Road Injury Prevention) กล่าวคือเป็นคู่มือแนวทางการปฏิบัติในการใช้ 4 อุปกรณ์ลดความเสี่ยงภัยอันประกอบด้วย เข็มขัดนิรภัย หมวกนิรภัย การใช้ความเร็วในการขับขี่ และการขับขี่ในขณะมึนเมา”

สำหรับธุรกิจ ทาง GRSI ได้เปิดโอกาสให้เกิดการสร้างระบบความปลอดภัยที่สามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากแหล่งต้นทุนได้รับการเพิ่มมูลค่าขึ้นผ่านทางการร่วมมือของประเทศพันธมิตรต่างๆ

“เราได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างมากสำหรับคอนเซ็ปต์ของการรวมกลุ่มเป็นพันธมิตร อันเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงรัฐวิสาหกิจอีกด้วย” มร. เดวิด เลอวิส กรรมการ GRSI และผู้จัดการหน่วยความปลอดภัยและความมั่นคงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (HSSE) ของบริษัทเชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กล่าว “ผมเชื่อว่าเราได้สร้างศักยภาพจากการทำงานร่วมกัน ด้วยความพยายามและการร่วมแรงร่วมใจของทั้ง 3 ฝ่ายจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีขึ้นมากกว่าการทำงานแบบแยกส่วนกัน”

มร. เบรนท์ เดอวาร์ รองประธาน เชฟโรแลต แสดงความเห็นด้วยและกล่าวว่า “การปรับปรุงความปลอดภัยทางถนนที่จะช่วยรักษาชีวิตของผู้คนเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับลูกค้า พนักงาน รวมถึงชุมชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา โครงการ GRSI ได้สร้างความพัฒนาอย่างแท้จริงจากกิจกรรมเฟสที่หนึ่ง และเชฟโรแลตมีความภาคภูมิใจที่จะสานต่อการมีส่วนร่วมในเฟสต่อไป โดยเราหวังว่าจะได้ต้อนรับบริษัทั้จะเข้ามาสนับสนุนกับโครงการอันเป็นการร่วมมือของภาคเอกชนนี้มากขึ้นตั้งแต่ในระยะแรกเริ่มของการปฏิบัติงาน”

“ด้วยการสานต่อพันธสัญญาอีกครั้งหนึ่งของเราต่อโครงการ GRSI เรโนลต์ได้ร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศกำลังพัฒนาและภูมิภาคต่างๆ เพื่อการบรรลุถึงระบบการคมนาคมที่มีความยั่งยืน ในขณะเดียวกันเรายังได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากประเทศที่มีรายได้สูงมาใช้เป็นบทเรียนเพื่อการลดผลกระทบแง่ลบจากการขนส่ง”
แคลร์ มาร์ติน รองประธานฝ่าย CSR ของเรโนลต์ กล่าว

โครงการในเฟสสองจะเน้นหนักไปยังการสนับสนุนภายใต้หัวข้อ “Decade of Action on Road Safety” อันเป็นหัวเรื่องสำคัญที่ได้รับการอภิปรายในการประชุม The First Global Ministerial Conference on Road Safety ณ
กรุงมอสโคในอาทิตย์นี้

ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับโครงการนี้

โครงการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยทางถนน (Global Road Safety Initiative – GRSI) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2004 โดย 7 บริษัทชั้นนำของโลก ได้แก่ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ฟอร์ด ฮอนด้า มิชลิน เชลล์ เรโนลต์ และโตโยต้า โดยได้จัดสรรงบประมาณกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับการดำเนินงาน 5 ปี ในการรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับโครงการนำร่องต่างๆ ในประเทศบราซิล จีน และกลุ่มประเทศอาเซียน เป้าหมายของ GRSI คือการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยการใช้หลักปฏิบัติจากโครงการสาธิตมาเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยง โดยยึดถือหลักปฏิบัติอันดี (Good Practice) ในการใช้ถนนที่รวมถึงการสวมหมวกนิรภัย การบริหารความเร็วในการขับขี่ยวดยาน การขับขี่ขณะมึนเมา และการคาดเข็มขัดนิรภัย

กลุ่มพันธมิตรเพื่อความปลอดภัยทางถนนสากล (Global Road Safety Partnership - GRSP) อันเป็นองค์กรซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยไม่หวังผลกำไรในปี 1999 เพื่อสืบสานภารกิจในการลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างยั่งยืนในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีระดับรายได้ต่ำถึงปานกลาง GRSP ก่อตั้งขึ้นภายใต้สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of the Red Cross and Red Crescent Societies) ในนครเจนีวา และเป็นการรวมตัวของภาครัฐเอกชนและรัฐวิสาหกิจในการหาข้อสรุปอันยั่งยืนเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับกลุ่มประเทศที่มีระดับรายได้ต่ำถึงปานกลางซึ่งมีการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์

สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (International Federation of the Red Cross and Red Crescent Societies) เป็นองค์กรมนุษยธรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีภารกิจหลักในการให้ความช่วยเหลือโดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องสัญชาติ เชื้อชาติ ความเชื่ทางศาสนา ชนชั้น วรรณะ การศึกษา หรือ ความคิดเห็นทางการเมือง ก่อตั้งขึ้นในปี 1919 สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศมีสมาชิกถึง 186 ประเทศ รวมถึงพันธมิตรอื่นๆ โดยมีสำนัก เลขาธิการ ในนครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และสำนักงานตัวแทนอีกกว่า 60 แห่งในประเทศต่างๆทั่วโลก โดยมีการดำเนินกิจกรรมของสหพันธ์ผ่านทางความร่วมมือระหว่างสมพันธ์ระหว่างประเทศ สมาคมระดับชาติ และคณะกรรมการกาชาดสากล (International Committee of the Red Cross - ICRC)

###

14 ธันวาคม 2552

สำหรับสื่อมวลชนที่ต้องการข้อมูลหรือรูปภาพเพิ่มเติม
กรุณาเยี่ยมชมได้ที่
http://www.gmthailand.com
http://www.chevroletthailand.com
หรือติดต่อ
ฤทัยวรรณ ตันวงษ์วาน หรือสถาปนา กาญจนประกร
เวเบอร์ แชนวิค
บริษัท แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 02 343 6000 ต่อ 067 หรือ 178
อีเมล์: Ruthaiwan@webershandwick.com
Satapana@webershandwick.com

หรือ
ศศินันท์ ออลแมนด์
ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 0-2791-3400 โทรสาร 0-2937-0441
อีเมล์: Sasinan.allmand@gm.com

หรือ
แอนดรูว์ เพียร์ซ Global Road Safety Partnership
โทร. +41 79 217 33 48
หรือเวบไซต์ http://www.grsproadsafety.org


Download High-Resolution (Member Only)