Chevy Corner | Pai Nhai Pai Kan

Chevy Corner
2008
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January

2007
  December
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January
ใช้รถยนต์ไฮบริดช่วยประหยัดน้ำมันได้มากเพียงใด


รถยนต์ไฮบริดเริ่มเป็นที่รู้จัก และมีการนำมาทดลองใช้งานในประเทศไทยเมื่อประมาณ 5-6 ปี ที่ผ่านมา จนปัจจุบันเริ่มมีออกมาจำหน่ายอยู่บ้างในตลาดเมืองไทยโดยบริษัทรถยนต์นำเข้าอิสระ และด้วยภาวะราคาน้ำมันเบนซิน 95 ที่สูงขึ้นถึง 42.09 บาท ต่อลิตร และเบนซิน 91 ที่ 40.99 บาท ต่อลิตร (ราคา ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2551) ทำให้มีบางคนหันไปลงทุนซื้อรถยนต์ไฮบริดมาใช้ โดยหวังว่าจะช่วยประหยัดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้มากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีไฮบริด เป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า สลับกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ในบางจังหวะ โดยจะมีแผงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อเป็นตัวเก็บพลังงานไฟฟ้า ขณะที่รถยนต์วิ่งนั้นจะใช้พลังงานน้ำมันสลับกับพลังงานไฟฟ้า ขณะเดียวกันยังเป็นการชาร์จแบตเตอรี่เพื่อเก็บพลังงานไฟฟ้าไปในตัว และขณะที่รถหยุดนิ่งแล้วใส่เกียร์ว่าง เช่น ในจังหวะรอสัญญาณไฟ เครื่องยนต์จะดับลง หยุดการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนั้นรถยนต์จะใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเพื่อเลี้ยงระบบไฟ และเมื่อใส่เกียร์เดินหน้า เครื่องยนต์ก็จะกลับมาติดเองโดยอัตโนมัติอีกครั้ง และใช้พลังงานน้ำมันในการออกตัว เมื่อความเร็วรอบเครื่องยนต์สูงขึ้นประมาณ 1,000 รอบ/นาที ก็จะสลับกับไฟฟ้าต่อไปเช่นเดิม

อัตราสิ้นเปลืองของรถยนต์ไฮบริด ยังขึ้นอยู่กับ ขนาดของเครื่องยนต์ น้ำหนักรถ ระบบขับเคลื่อนต่างๆ เหมือนๆ กับรถยนต์ทั่วไป แต่ประหยัดมากขึ้นจากการใช้พลังงานไฟฟ้ามาทดแทนในบางขณะรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตออกมาจำหน่ายนั้น จะมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 19 ถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร

หากคำนวณทั้งจาก อัตราสิ้นเปลือง ราคาน้ำมัน และระยะการใช้งานต่อปี รถยนต์ไฮบริดมีอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 20 กิโลเมตร ต่อ 1 ลิตร น้ำมันราคาลิตรละ 42.09 บาท รถยนต์มีระยะทางการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 20,000 กิโลเมตร ต่อปี ถ้าคำนวณจากราคาน้ำมันในปัจจุบัน ใน 1 ปี รถยนต์ไฮบริดจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 1,000 ลิตร เป็นเงิน 42,090 บาท เมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไปที่มีอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 10 กิโลเมตร ต่อลิตร จะต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงสูงถึง 84,180 บาท ต่อปี ซึ่งไฮบริดจะประหยัดกว่าประมาณ 2 เท่า แต่รถยนต์ไฮบริดในประเทศไทยก็มีราคาสูงกว่า 2 ล้านบาทในปัจจุบัน

รถยนต์ไฮบริดก็เป็นอีกเทคโนโลยี ที่สามารถช่วยให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้มากขึ้นและรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากได้รับการสนับสนุนจากทุกๆ ฝ่าย เพื่อให้สามารถผลิตขึ้นมาจำหน่ายได้ในราคาที่สมเหตุผล เพราะเป็นรถที่ประหยัด ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และมีมลพิษต่ำเช่นกัน

ในระหว่างที่กำลังพัฒนาให้เทคโนโลยีไฮบริดมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง หรือราคาน้ามันอาจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดังนั้นพลังงานก๊าซธรรมชาติ ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน เพราะราคารถยนต์หรือการลงทุนติดตั้งเชื้อเพลิง 2 ระบบเป็นการลงทุนที่ต่ำอยู่ และเป็นการช่วยลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศได้มาก มีมลพิษต่ำมาก รวมทั้งประเทศไทยยังมีแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติมาใช้ได้เอง มีปริมาณก๊าซธรรมชาติมากเพียงพอต่อการใช้งานไปได้นับสิบๆ ปี และยังมีโอกาสค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ๆ เพิ่มได้อีกด้วย

การใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG หรือ NGV ยังมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงต่ำ เพราะมีราคาเชื้อเพลิงคงที่ กิโลกรัมละ 8.5 บาท ถ้ารถยนต์ก๊าซธรรมชาติ CNG มีอัตราสิ้นเปลืองที่ประมาณ 10 กิโลเมตร ต่อ 1 กิโลกรัม ถ้านำรถยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร จะใช้เชื้อเพลิงประมาณ 10 กิโลกรัม มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ (8.5 x 10) 85 บาท ถ้าเทียบกับรถยนต์ไฮบริด มีอัตราสิ้นเปลืองประมาณ 20 กิโลเมตร ต่อ 1 ลิตร ถ้าวิ่งในระยะทางเท่ากัน จะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ 5 ลิตร จะมีค่าใช้จ่ายที่ (42.09 x 5) 210.45 บาท ขณะที่รถยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG/NGV ก็มีผู้ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แม้การติดตั้งเชื้อเพลิง 2 ระบบจะมีความเสี่ยงเรื่องประกันคุณภาพอยู่บ้างหากติดตั้ง แต่ก็ยังมี เชฟโรเลต ออพตร้า CNG และโคโลราโด CNG ที่ให้การรับประกันคุณภาพยาวนานถึง 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ที่ทำให้อุ่นใจได้

ขณะเดียวกันปริมาณการผลิต และสถานีเติมก๊าซ CNG/NGV ก็จะครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น ล่าสุดทางกระทรวงพลังงานยังมีแผนขยายสถานีบริการก๊าซ CNG/NGV ให้ครบทุกจังหวัด รวม 450 แห่ง ภายในปี 2552 นี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 45 จังหวัด รวม 202 สถานี พร้อมยังยืนยันว่าจะเพิ่มรถขนส่งก๊าซธรรมชาติ จากจำนวน 411 คัน เป็น 900 คัน ภายในปี 2551 นี้ และเพิ่มเป็น 3,000 คันในปี 2555 นอกจากนี้ยังมีการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท สร้างท่อส่งก๊าซ CNG/NGV เพื่อเพิ่มปริมาณก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอกับความต้องการ และครอบคลุมพื้นที่ได้ทั่วประเทศอีกด้วย



Download PDF