Chevy Corner | Pai Nhai Pai Kan

Chevy Corner
2008
  December
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January

2007
  December
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January
สำรวจนวัตกรรมยานยนต์ ในรอบ 1 ศตวรรษของ “จีเอ็ม”


เมื่อหลายสิบปีก่อน ประเด็นเรื่องความปลอดภัย และการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่สิ่งสำคัญในโลกอุตสาหกรรมยานยนต์ กระทั่งการถือกำเนิดขึ้นของเจนเนอรัล มอเตอร์ส “จีเอ็ม” ที่เป็นผู้นำในการคิดค้นเทคโนโลยี และนวัตกรรมความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาตลอด 100 ปีที่ผ่านมาของการดำเนินกิจการ ปัจจุบัน ผู้ขับขี่รถทุกคนคำนึงถึงทั้งเรื่องความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก และจีเอ็ม ก็มีความภาคภูมิใจที่ได้สร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดมาตลอด 1 ศตวรรษ

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1920 จนถึงต้นทศวรรษที่ 1930 วิศวกรทั่วทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ เกิดภาวะมืดมน ไม่สามารถคิดค้นวิธีการที่จะทำให้การขับขี่หรือโดยสารรถมีความนิ่มนวลได้ ด้วยเหตุว่าเวลานั้น ไม่มีรถยี่ห้อใดในโลกที่มีช่วงล่างรองรับแรงกระแทกเลย กระทั่งในปี 1933 จีเอ็ม ก็เปิดตัวช่วงล่างแบบอิสระครั้งแรกในโลก เรียกว่าช่วงล่างแบบ “knee-action” รองรับแรงกระแทกคล้ายกับการทำงานของหัวเข่ามนุษย์นั่นเอง ถือเป็นความล้ำสมัยที่ไม่เพียงให้ความสบายขณะโดยสารเท่านั้น หากยังให้ความปลอดภัยอีกด้วย หลังจากผ่านการทดสอบนับครั้งไม่ถ้วน ระบบช่วงล่างแบบนี้ก็ถูกติดตั้งไว้ในรถของจีเอ็มตั้งแต่ปี 1934 เป็นต้นมา และใช้กันมาอย่างต่อเนื่องจวบจนทุกวันนี้

ปลายทศวรรษที่ 1930 จีเอ็มเล็งเห็นว่า ระบบเกียร์แบบเก่านั้นใช้งานยาก และมีเสียงค่อนข้างดัง จึงตั้งทีมพัฒนาระบบเกียร์ ขึ้นมาวิจัยและพัฒนาระบบเกียร์อัตโนมัติเป็นครั้งแรกในโลก ในช่วงแรกยังต้องอาศัยคลัทช์ในการออกตัวและหยุดรถ แต่ด้วยการคิดค้นอย่างหนักหน่วง จีเอ็ม ก็พบว่า สามารถสร้างระบบเกียร์ที่ทำงานโดยอัตโนมัติเต็มรูปแบบได้ ชื่อว่า ไฮดรา-เมติค (Hydra-Matic) เริ่มใส่ไว้ในรถคาดิลแลคตั้งแต่ปี 1941 เป็นรุ่นแรก ระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วหลังสงครามโลก เพราะเปี่ยมด้วยความสะดวกสบายและปลอดภัย ทำยอดขายมากกว่าระบบเกียร์ธรรมดาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำให้ค่ายรถยนต์อื่นต้องหันมาผลิตตามบ้าง

เมื่อครั้งที่จีเอ็มพัฒนาเชื้อเพลิงสารตะกั่วเททรา-เอธิล (tetra-ethyl lead) ในช่วงทศวรรษที่ 1920 ก็ได้รับเสียงยกย่องว่าเป็นการพัฒนานวัตกรรมเชื้อเพลิงแบบใหม่ที่ช่วยให้หลุดพ้นจากวังวนเชื้อเพลิงอันไร้ประสิทธิภาพแบบเก่าได้ โดยที่ไม่มีใครแสดงความวิตกเรื่องสิ่งแวดล้อมแม้แต่น้อย แต่ล่วงเข้าสู่ทศวรรษที่ 1960 จีเอ็มค้นพบว่า สารตะกั่วในเชื้อเพลิงนั้นเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการพัฒนาอุปกรณ์ลดไอเสียในรถยนต์ที่เรียกว่า แคตตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ (catalytic converter) วิศวกรของจีเอ็มจึงเร่งคิดค้นเครื่องยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันปลอดสารตะกั่ว และในปี 1971 จีเอ็ม ก็เป็นค่ายรถยนต์เจ้าแรกในโลกที่ผลิตรถยนต์ที่ใช้สารตะกั่วต่ำ ไปจนถึงปลอดสารตะกั่วได้ ด้วยการลดอัตราส่วนกำลังอัดลงโดยที่สมรรถนะของรถยังคงเดิม หรือดีกว่าเดิมด้วย

การคิดค้นรถรองรับเชื้อเพลิงปลอดสารตะกั่ว นำไปสู่การพัฒนาและผลิต แคตตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ ตามมาในอีกไม่นาน โดยจีเอ็มเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างออกไปจากเหล็กกล้าธรรมดา ทำให้ดูดซับสารพิษแทนที่จะปล่อยออกสู่อากาศทำลายสิ่งแวดล้อม แคตตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ หรือเรียกกันสั้นๆว่า “แคต” นั้น เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์จีเอ็มตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา และแพร่หลายใช้ไปทั่วโลก จนถึงปัจจุบัน รถที่วิ่งอยู่ตามท้องถนนก็ยังมี “แคต” เป็นอุปกรณ์สำคัญในการลดมลพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 การทดสอบการชนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนักเพราะขาด “หนูทดลอง” ที่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองได้เหมือนกับมนุษย์จริงๆ แต่ด้วยการคิดค้นอย่างเข้มข้น จีเอ็ม ก็พัฒนา “Dummy” หรือหุ่นทดสอบการชน ชื่อว่า ไฮบริด 2 ซีรีส์ (Hybrid II series) ที่ถือว่ามีความซับซ้อนมากที่สุดในเวลานั้น จนทำให้รัฐบาลสหรัฐใช้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในการทดสอบการชนของรถทุกยี่ห้อ Dummy รุ่นต่อมาคือ ไฮบริด 3 ซีรีส์ (Hybrid III series) ก็ได้รับการประกาศให้เป็นหุ่นทดสอบมาตรฐานจากสมาคมปลอดภัยบนท้องถนนแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาในปี 1997 ด้วย เช่นเดียวกับในยุโรปก็ใช้ไฮบริด 3 ในการทดสอบเช่นเดียวกัน

ล่วงเข้าสู่ช่วงต้นปี 2000 ประเด็นสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทนเป็นที่จับตามองมากขึ้น ทำให้เกือบทุกฝ่ายให้ความสำคัญไปที่การผลิตรถยนต์นั่งไฮบริด แต่ระหว่างนั้น จีเอ็มเน้นการพัฒนารถบัสที่ใช้ระบบพลังงานลูกผสมไฮบริดแทนรถยนต์นั่ง ภายในไม่กี่ปี เมืองใหญ่กว่า 40 เมืองทั่วสหรัฐอเมริกา มีรถบัสขนส่งไฮบริดใช้ ด้วยจีเอ็มเล็งเห็นว่า การใช้เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมในรถยนต์สาธารณะเป็นความสำคัญลำดับต้น ก่อนที่จะพัฒนาต่อไปยังรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งช่วยประหยัดเชื้อเพลิงลงได้ถึง 60% คิดเป็นกว่า 40 ล้านแกลลอนในแต่ละปี ประหยัดกว่ารถยนต์นั่งทั่วไปที่ใช้ไฮบริดถึง 500,000 คัน นอกเหนือจากในรถบัสแล้ว ปัจจุบันจีเอ็ม ยังเป็นหนึ่งในผู้คิดค้นระบบทูโหมดไฮบริดในรถยนต์นั่ง ซึ่งเป็นระบบไฮบริดล่าสุดที่ให้ความประหยัดมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า และคาดว่าในปี 2012 จีเอ็มจะส่งรถทูโหมดไฮบริด ออกสู่ท้องตลาดมากกว่า 20 รุ่น

นอกจากรถยนต์ เชฟโรเลต อิควิน็อกซ์ ไฮโดรเจน ฟิวเซล ที่เป็นพลังงานสะอาด ปลอดน้ำมัน และปล่อยเพียงหยดน้ำบริสุทธิ์สู่สิ่งแวดล้อมเท่านั้น ล่าสุด จีเอ็ม เพิ่งประกาศเปิดตัว เชฟโรเลต โวลต์ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กรุ่นแรกของโลก โดยสามารถใช้ไฟจากบ้านเรือนทั้งแบบ 110 โวลต์ และ 220 โวลต์ ชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ครั้งเดียวถูกกว่าค่ากาแฟหนึ่งถ้วย และวิ่งได้ไกลเกือบ 70 กิโลเมตร ซึ่งสามารถไปไกลได้อีกหลายร้อยกิโลเมตรเมื่อใช้เชื้อเพลิงเข้ามาช่วยได้ จีเอ็มเตรียมผลิตโวลต์ออกจำหน่ายภายในปี 2010 ถือเป็นที่สุดแห่งการคิดค้นนวัตกรรมในโลกยานยนต์ที่จับต้องได้ชิ้นล่าสุดของจีเอ็ม

# # #






Download PDF