Chevy Corner | Pai Nhai Pai Kan

Chevy Corner
2008
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January

2007
  December
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January
เลือกใช้พลังงานชนิดใด ถึงจะให้ความคุ้มค่ามากที่สุด


ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันจึงมีพลังงานทางเลือกใหม่ให้ผู้ขับขี่รถยนต์ในเมืองไทยได้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ ทั้งก๊าซโซฮอล์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจาก E10 มาเป็น E20 เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติที่แบ่งออกเป็น LPG และ CNG ตลอดจนรถไฮบริดที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานลูกผสมระหว่างไฟฟ้าและน้ำมัน

สำหรับเหตุผลที่ผู้ขับขี่รถยนต์จะเลือกใช้พลังงานดังกล่าวข้างต้นนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ แต่คำถามที่มักเกิดขึ้นเสมอคือ เชื้อเพลิงชนิดใดที่จะให้อัตราความประหยัดเงินในกระเป๋ามากที่สุด พลังงานใดให้ความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบการใช้งานแบบกิโลเมตรต่อกิโลเมตร ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

หากลองคิดคำนวณการใช้รถยนต์ของคนกรุงเทพฯ ใช้ระยะทางโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 40 กิโลเมตรต่อวัน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงคิดเฉลี่ยราว 10 กิโลเมตร/ลิตร รถที่เติมก๊าซโซฮอล ออกเทน 95 E10 ซึ่งมีราคา 38.19 บาท/ลิตร จะมีค่าใช้จ่ายราว 153 บาทต่อวัน ถ้าใช้ก๊าซโซฮอล ออกเทน 95 E20 ซึ่งมีราคา 36.89 บาท/ลิตร จะต้องควักกระเป๋าวันละ 148 บาท

เมื่อลองคำนวณจากรถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซธรรมชาติ LPG ที่มีราคา 18.13 บาท/กิโลกรัม มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 10 กิโลเมตร/กิโลกรัม จะมีค่าใช้จ่ายราว 73 บาทต่อวัน ขณะที่ก๊าซ CNG หรืออีกชื่อว่า NGV นั้น ซึ่งมีราคาขายคงที่อยู่ที่ 8.50 บาท/กิโลกรัม จะมีค่าใช้จ่ายต่อวันอยู่ที่ 34 บาท สำหรับรถไฮบริดที่โดยเฉลี่ยแล้วจะมีอัตราประหยัดเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อลิตรนั้น เมื่อคำนวณจากการใช้น้ำมันก๊าซโซฮอล E10 จะต้องควักกระเป๋าต่อวันอยู่ที่ 77 บาท

ถ้าออกต่างจังหวัดไปไม่ไกลนัก อย่างอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ห่างจากกรุงเทพไปราว 280 กิโลเมตร รถที่เติมก๊าซโซฮอล ออกเทน 95 E10 จะต้องจ่ายค่าน้ำมันไปกลับระยะทางรวม 560 กิโลเมตร ราว 2,139 บาท ส่วนก๊าซโซฮอล ออกเทน 95 E20 มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,066 บาท

เมื่อมาคำนวณรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ LPG ดูบ้าง ผลปรากฏว่า มีค่าใช้จ่ายในการเติมก๊าซเพื่อเดินทางไปกลับหัวหินอยู่ที่ 1,015 บาท สำหรับก๊าซ CNG มีค่าใช้จ่ายเพียง 476 บาท ขณะที่รถยนต์ไฮบริดมีค่าใช้จ่ายสูสีกับก๊าซ LPG คืออยู่ที่ 1,069 บาท

สุดท้ายลองคิดคำนวณการเดินทางไกล จากกรุงเทพฯมุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 700 กิโลเมตร รถยนต์ที่เติมก๊าซโซฮอลออกเทน 95 E10 จะต้องจ่ายค่าน้ำมันไปกลับระยะทางรวม 1,400 กิโลเมตรถึง 5,346 บาท ส่วนรถที่ใช้ก๊าซโซฮอล ออกเทน 95 E20 จะมีค่าใช้จ่ายไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก คืออยู่ที่ 5,164 บาท รถที่ใช้ก๊าซ LPG ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,538 บาท รถก๊าซ CNG มีค่าใช้จ่าย 1,190 บาท และรถุไฮบริดต้องจ่ายค่าน้ำมันที่ 2,673 บาท

สำหรับผู้ขับขี่รถกระบะ หากขับรถทางไกลไปกลับเชียงใหม่ ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันดีเซลเฉลี่ยราว 15 กิโลเมตร/ลิตร จะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าน้ำมันถึง 4,017 บาท ขณะที่รถกระบะที่ใช้ก๊าซ CNG มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 1,400 กิโลเมตรเพียง 1,921 บาทเท่านั้น เมื่อคำนวณจากอัตราการใช้เชื้อเพลิงของ กระบะ เชฟโรเลต โคโลราโด CNG ที่เป็นระบบเชื้อเพลิงร่วมแบบ ดูอัล ฟิว (Dual Fuel) จ่ายก๊าซ CNG 65% และจ่ายน้ำมันดีเซลเพียง 35% เมื่อคำนวณจากอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยของรถกระบะทั่วๆ ไป ในอัตรคงที่ 15กม./ลิตร นั่นเท่ากับว่า ใน 15 กิโลเมตร จะใช้น้ำมันดีเซลเพียง 0.35 ลิตร และใช้ก๊าซ CNG 0.65 กิโลกรัม ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก

เมื่อลองนำตัวเลขมาเปรียบเทียบดูแล้ว จะเห็นได้ว่ารถยนต์ที่ติดตั้งเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ CNG นั้นให้อัตราความประหยัดมากที่สุด ซึ่งความคุ้มค่าจะยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อใช้ระยะทางไกล หรือใช้ระยะยาว ดังตัวเลขที่ปรากฏ ค่าใช้จ่ายไปกลับเชียงใหม่ของรถ CNG ยังถูกกว่ารถที่ใช้ก๊าซโซฮอลไปกลับหัวหินเสียอีก ขณะเดียวกัน การใช้ประจำวันในเมืองหลวงนั้น CNG ก็มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่นถึงเกือบ 5 เท่าตัวเลยทีเดียว

ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมัน บวกกับตัวเลขความประหยัดของก๊าซธรรมชาติดังกล่าว ผู้ขับขี่รถยนต์จึงเริ่มหันไปหาเชื้อเพลิง CNG มากขึ้นทุกขณะ แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย รวมถึงการถูกยกเลิกประกันศูนย์บริการ และเงื่อนไขของบริษัทรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น หากนำรถไปติดตั้งก๊าซตามอู่นอกที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย

เชฟโรเลต เล็งเห็นถึงความต้องการในด้านพลังงานทางเลือกที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ได้ และให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถติดตั้งระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ CNG ที่มีมาตรฐานและได้การรับรองคุณภาพสำหรับผู้ใช้รถ จึงมอบความอุ่นใจ ด้วยการผลิตรถยนต์ เชฟโรเลต ออพตร้า CNG และ รถกระบะ เชฟโรเลต โคโลราโด CNG ที่ได้รับการผลิตด้วยมาตรฐานสากลจากศูนย์การผลิตรถยนต์มาตรฐานโลก พร้อมให้การรับประกันคุณภาพยาวนานถึง 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีเป็นเวลานาน 3 ปี

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของ เชฟโรเลต ออพตร้า CNG และ เชฟโรเลต โคโลราโด CNG ได้ที่ โชว์รูม เชฟโรเลต 103 แห่ง ทั่วประเทศ หรือติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2791-3400 ต่อ 1

หมายเหตุ: ราคาเชื้อเพลิงทั้งหมดเป็นราคาขายปลีกมาตรฐานของวันที่ 19 กรกฎาคม 2551ทั้งนี้ การคำนวณค่าใช้จ่ายและอัตราบริโภคน้ำมันหรือก๊าซ คิดจากอัตราคงที่ ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพรถ การขับขี่ของแต่ละบุคคล รวมถึงสถานการณ์บนท้องถนนที่แตกต่างกัน



Download PDF