Chevy Corner | Pai Nhai Pai Kan

Chevy Corner
2008
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January

2007
  December
  November
  October
  September
  August
  July
  June
  May
  April
  March
  February
  January
เชื้อเพลิงเอทานอล เหมาะกับตลาดรถยนต์เมืองไทยจริงหรือ


เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นมาก โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง ปัจจุบัน น้ำมันเบนซิน 91 ลิตรละ 38.99 บาท เบนซิน 95 ลิตรละ 40.09 บาท แก๊สโซฮอลล์ 95 ลิตรละ 35.39 บาท แก๊สโซฮอลล์ 91 ลิตรละ 34.59 บาท แก๊สโซฮอลล์ E20 ลิตรละ 33.39 บาท ดีเซล บี2 ลิตรละ 39.04 บาท และ ดีเซล บี5 ลิตรละ 38.34 (ราคา ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2551) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ราคาเชื้อเพลิงในขณะนี้แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้แต่ แก๊สโซฮอลล์ E20 ก็ยังมีราคาสูงเกือบ 35 บาทต่อลิตร

จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้หลายฝ่ายเร่งเดินหน้าไปที่พลังงานรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะกับ เอทานอล หรือ E85 หากพลังงานชนิดนี้ถูกนำมาใช้ในประเทศไทยจริง ก็อาจถูกเรียกว่า แก๊สโซฮอลล์ E85 ซึ่งมีส่วนผสมระหว่าง เอทานอล ที่ 85% และน้ำมันเบนซิน อีก 15% ซึ่งน่าจะทำให้ ราคาเชื้อเพลิงชนิดนี้ถูกลง ขณะเดียวกัน เอทานอล เป็นพลังงานที่สามารถผลิตขึ้นได้ในประเทศ เพราะแหล่งพลังงานนั้นสามารถหาได้จากผลิตผลทางการเกษตรต่างๆ เช่น อ้อย ข้าวโพด หรือ มันสำปะหลัง เป็นต้น ซึ่งเป็นพลังงานชีวภาพ ที่ช่วยลดมลพิษจากการเผาไหม้ สามารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ และสารไฮโดรคาร์บอน ทำให้ลดภาวะโลกร้อน

อย่างไรก็ตาม ยังมีทรัพยากรอีกรูปแบบที่สามารถนำมาผลิตเป็นแหล่งพลังงานเชื้อเพลิง เอทานอล ที่สามารถหาได้จากทั่วทุกมุมโลก นั่นคือ การผลิตเอทานอลจาก “ขยะ” ซึ่ง บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (จีเอ็ม) ในสหรัฐอเมริกา ร่วมมือกับบริษัท คอสคาต้า (Coskata Inc.) เป็นผู้นำในการคิดค้นกระบวนการนำขยะมาผลิตเอทานอล ที่มีต้นทุนเพียงประมาณ 8.70 บาท ต่อ 1 ลิตร

เอทานอลที่ได้จากกระบวนการเปลี่ยนแปลงขยะนี้ สามารถนำขยะทุกประเภทมาผลิตได้ ไม่ว่าจะเป็นขยะจากการเกษตร ขยะเทศบาล ขยะจากพลาสติก หรือ ขยะจากยางรถยนต์เก่า นั่นจึงทำให้การผลิตเอทานอลมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ได้ทั่วโลก และจากเทคโนโลยีที่จีเอ็มและคอสคาต้า คิดค้นให้สามารถนำขยะมาผลิตเอทานอลได้นี้ หากจะยกตัวอย่างใกล้ตัว เช่น ในประเทศไทยที่มีปริมาณขยะในเมืองใหญ่ประมาณ 40,000 ตันต่อวัน และเป็นปัญหาทั้งด้านการกำจัดและงบประมาณ และด้วยเทคโนโลยีนี้ ขยะก็จะได้รับการคัดแยกไปเปลี่ยนเป็นพลังงานที่เป็นประโยชน์ มีต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ถ้าในอนาคตประเทศไทยมีพลังงานเชื้อเพลิง E85 ออกมารองรับอย่างพอเพียง บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์เชฟโรเลต ก็มีความพร้อมที่จะผลิตรถยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิง E85 อย่างเต็มกำลัง เพราะในปัจจุบัน จีเอ็ม มีรถยนต์ที่ใช้ E85 วิ่งอยู่ทั่วโลกกว่า 2 ล้านคัน และมีกำลังการผลิตมากกว่า 400,000 คันต่อปี ขณะเดียวกัน จีเอ็มยังสามารถคิดค้นรถยนต์เฟล็กซ์ฟิว ที่สามารถใช้พลังงานเอทานอลได้แบบ 100% หรือ E100 อีกด้วย ซึ่งเพิ่งถูกนำมาแสดงเป็นคอนเซ็ปต์คาร์ เมื่อช่วงต้นปี 2551 ที่ผ่านมา

ในปัจจุบัน มีรถยนต์เฟล็กซ์ฟิว (Flexible Fuel) ที่สามารถเลือกใช้พลังงานได้หลากหลาย วิ่งอยู่บนถนนในสหรัฐอเมริกามากถึงกว่า 6 ล้านคัน และจีเอ็มก็มีรถยนต์เฟล็กซ์ฟิวอยู่มากมายถึงกว่า 25 รุ่นทั่วโลก ซึ่งในอนาคตหากจีเอ็มนำรถยนต์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิง E85 มาสู่ตลาดในเมืองไทย ผู้บริโภคก็จะสามารถเลือกใช้พลังงานได้ทั้ง น้ำมันเบนซินทั่วไป แก๊สโซฮอลล์ 91 และ 95 รวมทั้ง แก๊สโซฮอลล์ E20 และจีเอ็มก็พร้อมที่จะผลิตรถยนต์ออกมารองรับระบบเชื้อเพลิงได้ทุกรูปแบบ ตามความเหมาะสมของแหล่งพลังงานในแต่ละประเทศ ซึ่งการที่จะทำให้การใช้พลังงานทดแทนประสบความสำเร็จนั้น หลายฝ่ายต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง เพื่อการพัฒนาการใช้พลังงานที่ยั่งยืน

และเมื่อใดก็ตามที่ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งในด้านแหล่งพลังงาน สถานีบริการ และราคาเชื้อเพลิง E85 ที่เหมาะสม เจนเนอรัล มอเตอร์ส และเชฟโรเลต ก็มีความพร้อมในการผลิตรถยนต์ E85 ออกมารองรับสำหรับทุกคนอย่างแน่นอน ดังตัวอย่างของความสำเร็จในการใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติ CNG ที่ประเทศไทยมีแหล่งพลังงานและสามารถผลิตใช้ได้เอง ทำให้ เชฟโรเลตผลิตรถยนต์ เชฟโรเลต ออพตร้า CNG และ เชฟโรเลต โคโลราโด CNG ออกมารองรับ เพื่อเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือก ที่สามารถสร้างความมั่นใจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อผู้บริโภค



Download PDF