
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การใช้รถยนต์นั้นเป็นสาเหตุหนึ่งของการก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม แต่รถยนต์ก็กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในสังคมปัจจุบัน ทำให้ ทุกๆคนต้องใช้รถยนต์เพื่อความสะดวกสบายมากขึ้นในการเดินทาง แต่ถ้าใช้และดูแลรักษารถยนต์อย่างถูกวิธี ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง และลดปริมาณมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมไปได้พร้อมๆกัน
ในการใช้รถยนต์ 1 ปี รถยนต์จะปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ออกมามีปริมาตรเท่าๆ กับน้ำหนักของตัวรถเลยทีเดียว ดังนั้นการดูแลรักษารถยนต์อย่างถูกวิธี จะสามารถช่วยลดมลพิษ ลดอัตราการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ได้
การใช้รถยนต์เมื่อจำเป็น ก็เป็นอีกทางที่จะช่วยลดมลพิษและค่าใช้จ่าย สามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ในระยะทางสั้นๆ บ่อยๆ เช่น ในระยะ 500 เมตร ถึง 1,000 เมตร เพราะการสตาร์ทรถยนต์แต่ละครั้งจะเผาผลาญเชื้อเพลิงสูงกว่าการขับขี่ปกติ 3-5 เท่าตัว เมื่อเราใช้ในระยะทางสั้นๆ ก็จะทำให้ต้องมีการดับเครื่องยนต์และสตาร์ทเครื่องยนต์บ่อย ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น
การดูแลรักษาเครื่องยนต์ เช่น เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคู่มือ ก็สามารถช่วยลดมลพิษได้ เมื่อเครื่องยนต์มีการหล่อลื่นที่ดี การเกิดเขม่าควันต่างๆ ก็จะมีน้อยลง หรือการเปลี่ยนไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอก็มีผลต่อการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และช่วยลดมลพิษได้เช่นกัน เพราะไส้กรองอากาศจะช่วยกรองไม่ให้อากาศที่มีสิ่งสกปรกเข้าสู่ห้องเผาไหม้ และเมื่อเราดูแลรถยนต์ เปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้รถยนต์มีสมรรถนะที่ดีอยู่ตลอดเวลา ช่วยเพิ่มระยะทางการวิ่งได้มากขึ้น ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
นอกจากนี้การหมั่นตรวจเช็คการรั่วไหลของน้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ ก็จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ท่านสามารถทำได้โดยการขันสลักเกลียวทุกตัวในเครื่องยนต์ให้แน่น เพื่อป้องกันน้ำมันเครื่องรั่วไหล ซึ่งน้ำมันที่รั่วไหลออกไปเหล่านี้จะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งแหล่งน้ำ และผิวดิน (ข้อมูลจาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
การเลือกใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ ทดแทนน้ำมันก็ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก และยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำมันดีเซล บี 2 หรือ บี 5 ที่มีส่วนผสมของน้ำมันดีเซลชีวภาพที่มีราคาถูกกว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า
การใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติ CNG หรือ NGV ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ณ ราคาปัจจุบันถึงประมาณ 5 เท่าตัว และก๊าซธรรมชาติยังมีมลพิษน้อยกว่า ลดการเกิดฝุ่นละออง และมีเขม่าควันน้อยกว่าการใช้น้ำมัน
บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ เชฟโรเลต ให้ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมเสมอมา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากรถยนต์เชฟโรเลต ออพตร้า เอสเตท และ เชฟโรเลต อาวีโอ ที่เป็นรถยนต์ 2 รุ่นแรกของประเทศไทย ที่ได้การรับรองเป็นผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว เพราะมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังเป็นผู้นำในการบุกเบิกตลาดรถยนต์ติดตั้งเชื้อเพลิง 2 ระบบ อย่าง เชฟโรเลต ออพตร้า CNG ที่ช่วยความประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงสุด และยังมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ล่าสุด เชฟโรเลต ยังได้ส่ง รถยนต์ เชฟโรเลต ออพตร้า CNG เข้าร่วมกิจกรรม “ร่วมรักษ์ทะเลไทย ให้สวยใส ไร้ขยะ” ในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา ณ หาดพยูน จังหวัดระยอง ที่จัดในวาระครบรอบ 65 ปีของมหาวิทยาลัยศิลปากรอีกด้วย
สนใจสอบถามรายละเอียดรถยนต์ เชฟโรเลต ออพตร้า CNG ได้ที่โชว์รูมเชฟโรเลต 103 แห่งทั่วประเทศ หรือติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2791-3400 ต่อ 1
| Download PDF |