
รถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด (Hybrid) หรือ รถยนต์ที่มีระบบเชื้อเพลิงแบบลูกผสม จากการใช้พลังงานน้ำมันสลับกับพลังงานไฟฟ้า ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ในปัจจุบัน แต่มีการคิดค้นกันมากว่า 100 ปี และในปัจจุบันมีใช้งานอยู่ทั่วโลกแล้วนับล้านคัน แต่เพิ่งมาตื่นตัวในประเทศในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา
เทคโนโลยีไฮบริด ช่วยลดอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิงลงได้ประมาณ 50% เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ไม่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด จากอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20กิโลเมตร/ลิตร แต่เมื่อนำมาเทียบในด้านค่าใช้จ่าย นั่นจะทำให้การใช้รถยนต์ไฮบริด ช่วยประหยัดไปได้ประมาณ 2 เท่าตัว ขณะที่การใช้รถยนต์เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ CNG กลับคุ้มค่ากว่า เมื่อจะมีรายจ่ายด้านเชื้อเพลิงน้อยลงถึงประมาณ 5 เท่าตัว
รถยนต์ไฮบริดที่แพร่หลายอยู่ในปัจจุบันยังคงเป็น เทคโนโลยีเดิม ซึ่งมีผลด้านอัตราสิ้นเปลืองที่ยังไม่คุ้มค่านัก เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันในปัจจุบัน และด้วยสายตาอันกว้างไกลที่เล็งเห็นว่า หากเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้นเรื่อยๆ การใช้เทคโนโลยีไฮบริดรุ่นเก่านั้นจะช่วยประหยัดได้ไม่มากเท่าที่ควร “จีเอ็ม” หรือ เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น สหรัฐอเมริกา ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ 12 แบรนด์ ทั่วโลก อาทิ คาดิลแล็ค (Cadillac) โฮลเด้น (Holden) รวมทั้ง เชฟโรเลต (Chevrolet) จึงได้คิดค้นพัฒนา เทคโนโลยีไฮบริด แบบ 2 โหมด (2-Mode Hybrid) ที่ให้ความประหยัดมากยิ่งขึ้น โดยนำมาใช้กับรถอเนกประสงค์ เอสยูวี เชฟโรเลต ทาโฮ ทูโหมด ไฮบริด (Chevrolet Tahoe 2-Mode Hybrid)
ระบบ ทูโหมด ไฮบริด นั้นช่วยประหยัดการใช้น้ำมันมากขึ้น เพราะมีโหมดที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ในช่วงความเร็วต่ำ จาก 0-48 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมือง หรือพื้นที่การใช้งานที่มีการจราจรหนาแน่น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาน้ำมัน ซึ่งระบบไฮบริดแบบเดิม หรือระบบไฮบริดแบบโหมดเดียวที่เป็นเทคโนโลยีเก่า ไม่สามารถทำได้ แต่จะต้องอาศัยการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันสลับกับพลังงานไฟฟ้า และในช่วงความเร็วต่ำระบบไฮบริดเก่าจะใช้น้ำมันเพียงอย่างเดียว ก่อนที่จะสลับกับพลังงานไฟฟ้า เมื่อความเร็วรอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 1,000 รอบ/นาที ขึ้นไป
ส่วนในระดับความเร็วที่เกิน 48 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระบบ ทูโหมด ไฮบริด จึงจะทำงานคล้ายกับ ระบบไฮบริดรุ่นเก่า คือ ใช้น้ำมันสลับกับไฟฟ้า แต่เทคโนโลยีใหม่นี้จะใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในจังหวะป่ายปีนทางชัน หรือการลากจูง จึงทำให้ใช้น้ำมันน้อยลง ขณะเดียวกันทางจีเอ็มยังคิดค้นระบบเกียร์ EVT (Electronically Variable Transmission) ทำให้ระบบ ทูโหมด ไฮบริด มีความประหยัดมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นระบบเกียร์ที่แปรผันด้วยไฟฟ้า คือ เกียร์ EVTจะใช้ไฟฟ้าเป็นตัวส่งกำลังลงไปขับเคลื่อนล้อมากขึ้น โดยเฉพาะในความเร็วต่ำจะใช้ระบบไฟฟ้าจากเกียร์เป็นตัวขับเคลื่อน แทนที่จะใช้มอเตอร์เครื่องยนต์ส่งกำลังเพื่อหมุนล้อ ซึ่งจะช่วยลดภาระให้เครื่องยนต์ ใช้ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนมากขึ้น ลดปริมาณการใช้น้ำมันได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจากผลการทดสอบการใช้งานรถยนต์ เชฟโรเลต ทาโฮ ทูโหมด ไฮบริด นั้น ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นกว่า รถยนต์ที่ใช้ระบบไฮบริดแบบโหมดเดียวถึง 25% ซึ่งจีเอ็มกำลังนำเทคโนโลยี ทูโหมด ไฮบริด มาใช้กับรถยนต์ในรุ่นอื่นๆ มากยิ่งขึ้น
นอกจากเทคโนโลยี ทูโหมด ไฮบริด แล้ว ปัจจุบัน จีเอ็มยังคิดค้นรถยนต์ไฮบริดพลังงานชีวภาพ(Bio Hybrid) ได้สำเร็จอีกด้วย นั่นหมายถึงว่า เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการใช้น้ำมันดิบอีกต่อไป แต่จะเป็นรถยนต์เชื้อเพลิงลูกผสมที่ใช้ พลังงานเอทานอลกับพลังงานไฟฟ้า ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ผู้คนทั่วโลกจะมีโอกาสได้ใช้รถยนต์พลังงานทดแทนเหล่านี้ ขณะที่จีเอ็มและเชฟโรเลต ที่เป็นผู้นำในด้านการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน หากมีแนวทางการสนับสนุน การช่วยเหลือโครงสร้างต่างๆ สำหรับผู้บริโภคจากทางภาครัฐอย่างจริงจัง คนไทยก็มีโอกาสที่จะได้ใช้รถยนต์พลังงานทดแทนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเช่นกัน
| Download PDF |