
หลังจากการเปิดตัว เชฟโรเลต โคโลราโด CNG รถกระบะรุ่นแรกในประเทศไทยที่สามารถใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ CNG หรือ NGV ร่วมกับน้ำมันดีเซล หลายท่านยังคงมีความสงสัยในเรื่องของวิธีการฉีดจ่ายเชื้อเพลิง ในระบบเชื้อเพลิงร่วมแบบ ดูอัลฟิว (Dual Fuel) ว่าแตกต่างกับระบบไบฟิว (Bi Fuel) ที่ใช้ในเครื่องยนต์เบนซินอย่างไร
ระบบไบฟิว ที่ใช้กับเครื่องยนต์เบนซินนั้น เป็นการจ่ายเชื้อเพลิง 2 ระบบ ที่ท่านสามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้เองว่า ต้องการใช้น้ำมันเบนซิน หรือ ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เมื่อใดก็ตามที่ก๊าซ CNG หมด เครื่องยนต์จะตัดกลับไปใช้น้ำมันเบนซินให้โดยอัตโนมัติ
ส่วนระบบดูอัลฟิว ที่ใช้ในเครื่องยนต์ดีเซล เป็นการจ่ายเชื้อเพลิงทั้ง 2 ชนิด ระหว่าง น้ำมันดีเซลและก๊าซ CNG ไปพร้อมๆ กัน คือ ไม่สามารถเลือกใช้ก๊าซ CNG เพียงอย่างเดียว และเช่นเดียวกันหากก๊าซ CNG หมดระบบจะตัดกลับไปจ่ายน้ำมันดีเซลเพียงอย่างเดียวให้โดยอัตโนมัติ นั่นหมายถึงว่า ท่านสามารถเลือกใช้ระบบเชื้อเพลิงร่วม หรือจะเลือกใช้น้ำมันดีเซล
ขณะเดียวกันหลายท่านก็ยังมีความสงสัยว่า ทำไมของรถกระบะดีเซลที่ติดตั้งระบบเชื้อเพลิงร่วมดูอัลฟิวจึงมีราคาสูงขึ้นมากกว่าระบบไบฟิวในเครื่องยนต์เบนซิน และยังไม่แน่ใจว่าจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่
สาเหตุที่ระบบเชื้อเพลิงร่วมดูอัลฟิวนั้นมีราคาสูงกว่าระบบไบฟิว เนื่องจากต้องใช้ต้นทุนในการผลิตมากกว่าจากการใช้เทคโนโลยีที่สูงกว่าระบบไบฟิว และยังมีขั้นตอนการผลิตที่ต้องอาศัยความแม่นยำมากกว่า เช่น การฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบผสมนั้นจะต้องอาศัยการคำนวณที่แม่นยำจากระบบคอมพิวเตอร์ จึงเห็นได้ว่าจะไม่มีร้านทั่วๆ ไป รับติดตั้งระบบดูอัลฟิวให้กับรถกระบะออกมามากเหมือนกับร้านรับติดตั้งระบบไบฟิวให้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เพราะต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงกว่า และยังมีความเสี่ยงสูงต่อความเสียหายหากมีการคำนวณผิดพลาด เพราะการตั้งอัตราส่วนในการฉีดจ่ายเชื้อเพลิงร่วมกันระหว่างก๊าซ CNG กับ น้ำมันดีเซล นั้นขึ้นอยู่กับชนิดเครื่องยนต์และอัตราส่วนกำลังอัดของเครื่องยนต์ดีเซลแต่ละรุ่น
ระบบเชื้อเพลิงร่วมดูอัลฟิวของเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.5 ลิตร ใน เชฟโรเลต โคโลราโด นั้นสามารถจ่ายก๊าซ CNG ผสมกับน้ำมันดีเซลในอัตราส่วน 65:35 คือ จ่ายก๊าซ CNG ที่ 65% และน้ำมันดีเซล 35% ซึ่งนั่นจะช่วยให้สามารถสร้างความประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับรถกระบะที่ถูกนำมาใช้เป็นรถเพื่อการพาณิชย์ การเกษตร และการขนส่งต่างๆ ที่มีระยะวิ่งหลายร้อยกิโลเมตรต่อวัน นั่นหมายถึงว่า “ยิ่งใช้ยิ่งคุ้ม” เพราะหากท่านมี ระยะการเดินทางและระยะเวลาในการใช้งานมากๆ ก็จะยิ่งสร้างความคุ้มค่า สามารถช่วยลดต้นทุนและสร้างผลกำไรได้มากขึ้นในการประกอบธุรกิจต่างๆ
รถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร โดยทั่วๆ ไปจะมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 15 กม./ลิตร หากท่านใช้งานรถ 300 กิโลเมตร ต่อวัน โดยใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียว ท่านจะต้องใช้น้ำมัน 20 ลิตร ราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบัน (ณ วันที่ 27 เมษายน 2551) มีราคาลิตรละ 32.94 บาท นั่นเท่ากับว่า ท่านจะมีค่าใช้จ่ายค่าเชื้อเพลิงที่ 658.8 บาท ต่อ 1 วัน เมื่อเทียบกับการใช้เชื้อเพลิงร่วมระหว่างก๊าซ CNG กับน้ำมันดีเซล ที่อัตราส่วน 65:35 ท่านจะใช้น้ำมันดีเซลเพียง 7 ลิตร เป็นเงิน 230.58 บาท และใช้ก๊าซ CNG ที่ 13 กิโลกรัม ซึ่งก๊าซ CNG มีราคาที่กิโลกรัมละ 8.50 บาท เป็นเงิน 110.50 บาท เมื่อรวมค่าน้ำมันดีเซลกับก๊าซ CNG ท่านจะมีค่าใช้จ่ายเพียง 341.08 บาท ต่อ 1 วัน ซึ่งประหยัดมากกว่าการใช้น้ำมันดีเซลเพียงอย่างเดียวถึง 317.72 บาท ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงถึง 2 เท่าตัว และยิ่งเมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียว ในระยะการวิ่งต่อวันคงที่ 300กม./วันเป็นเวลา 1 ปี ท่านจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 240,462.00 บาท ต่อ 1 ปี ขณะที่การใช้เชื้อเพลิงร่วมจะมีค่าใช้จ่ายเพียง 124,494.20 บาท ต่อ 1 ปี ทำให้ท่านสามารถประหยัดไปได้มากถึง 115,967.80 บาท ต่อปี นอกจากนี้เครื่องยนต์ดีเซลทุกรุ่นของ เชฟโรเลต รวมทั้ง เชฟโรเลต โคโลราโด CNG ยังสามารถใช้น้ำมันดีเซล B5 ที่มีราคาถูกกว่าได้อีกด้วย จึงช่วยสร้างความประหยัดได้มากยิ่งขึ้น
สนใจสอบถามรายละเอียดรถกระบะ เชฟโรเลต โคโลราโด CNG เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ เชฟโรเลต 103 แห่ง ทั่วประเทศ หรือติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2791-3400 ต่อ 1
| Download PDF |